เจาะลึกไปกับประเภทของจอ TV

                     โลกในปัจจุบันนี้มีนวัตกรรมสมัยใหม่ที่มีการพัฒนาและเกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็วอยู่เสมอ รวมถึงการพัฒนาของเทคโนโลยีอย่างล้ำสมัยและมีการเปลี่ยนแปลงจนรับมือไม่ทันเช่นกัน เหมือนในยุคสมัยนี้ที่มีการเลือกซื้อทีวีกันหลายรูปแปป เนื่องจากทีวีหรือโทรทัศน์นั้นได้มีการพัฒนาให้มีความทันยุคทันสมัยมากกว่าเดิมมาก หลายๆคนอาจจะเจอปัญหาในการเลือกซื้อทีวีกันมาก ทีวีมีหลายราคาและหลายขนาดที่แตกต่างกัน เพราะทีวีนั้นได้ถูกคิดค้นและพัฒนาในเรื่องของประเภทจอทีวีให้มีหลายชนิด เนื่องจากทีวีสมัยก่อนนั้นที่มีรูปแบบหนาและเทอะทะ แต่ปัจจุบันถูกทำเป็นจอ LCD ที่ทำให้บางเฉียบลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นจอชนิด LCD TV, LED TV, OLED TV, Plasma TV แต่ยังไม่จบแค่นี้ค่ะ เพราะยังจะมีตัวเลือกที่เกี่ยวกับความละเอียดของทีวีอีกว่าอยากได้ละเอียด 4K หรือ 8K เพราะฉะนั้นเราจะมาอธิบายกันค่ะว่าแต่ละประเภทของจอทีวีนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร

    • LCD TV (Liquid Crystal Display)

   LCD TV นั้นแต่ก่อนจะนิยมทำเป็นจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นจอที่มีความบาง ในเรื่องของระดับการแสดงผลนั้นจะให้แสงสว่างสดใส และยังทำงานร่วมกับ Color Filter ทั้ง 3 สี คือสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว และสีพวกนี้จะแสดงผลออกมาเป็นสีสันต่างๆที่เราเห็นกันในจอภาพ ในส่วนประเภทของจอ LCD TV จะเหมาะแก่การแสดงสีกราฟฟิก เช่น สารคดี การ์ตูน รวมทั้งละคร เพราะด้วย LCD TV ที่สีมีความสดใส จึงเหมาะที่จะเอาไปเป็นหน้าจอมอนิเตอร์ที่ต่อกับตัวคอมพิวเตอร์นั่นเอง

    • LED TV ( Light Emitting Diode)

   โทรทัศน์หรือทีวีที่มีจอแสดงผลชนิด LED ซึ่ง LED TV มีลักษณะเป็นจอแสดงผลที่ได้รับความนิยมนท้องตลาด ซึ่ง LED TV ถูกพัฒนาที่ต่อยอดจาก LCD ซึ่ง LED TV เป็นหลอดไฟขนาดจิ๋ว และมี Liquid Crystal ที่เป็นผลึกแข็งทั้งหมด 3 สี มีสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว ซึ่งจะคอยบิดตัวเป็นองศาเพื่อที่จะให้แสงจากหลอด LED นั้นได้สามารถส่องลอดผ่านออกมาได้ เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้แสงที่ลอดออกมานั้นเป็นสีต่างๆ ทำให้แสงสว่างมากกว่า LCD และยังกินไฟน้อยกว่า แถมตัวเครื่องนั้นมีความบางกว่าเดิมอีกด้วย ซึ่งทีวีประเภท LED TV จะมีขนาดของจอที่บางกว่าจอ LCD

   • OLED TV (Organic Light-emitting Diode

   OLED TV คือไดโอดเปล่งแสงที่ถูกออกแบบเป็นฟิล์มที่เป็นแผ่นบางๆ และมี Organic Compound ที่จะคอยทำปฎิกิริยาที่คล้ายๆกับอุปกรณ์ส่งแสงแบบ LED ซึ่งข้อดีคือสามารถควบคุมความสว่างของแสงและตำแหน่งได้อย่างแม่นยำมากๆ ซึ่ง OLED เหมือนเอา LCD TV, LED TV และ Plasma TV มารวมไว้ด้วยกัน และในส่วนของประสิทธิภาพของ OLED TV นั้นไม่ต้องใช้พลังงานมากเท่า Plasma TV แต่สามารถให้ความสว่างเทียบเท่า LCD TV และ LED TV และที่สำคัญนั้นสู้แสงความสว่างของ Plasma อย่างมาก ในส่วนของเซลล์สร้างภาพ OLED TV นั้นมีลักษณะเฉพาะตัวคือสามารถเปล่งแสงได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งไฟ่ส่องด้านหลังด้วยซ้ำ ซึ่งจอ OLED  ที่ถูกผลิตจากตัวแสดงผลและตัวกำเนิดออกมาเป็นแผงชุดเดียวกัน และเป็นวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีความสามารถในการเปร่งแสงทั้งๆที่ขนาดของจอทีวีนั้นมีขนาดความบางที่บางมาก ไม่เพียงแต่บางเท่านั้น แต่มีความสามารถในการดัดแปลงเพื่อให้รวมเป็นอันเดียวกันกับชิ้นส่วนของการแสดงผลได้อย่างไร้รอยต่อ และเมื่อประกอบออกมาแล้วนั้น จะทำให้เราได้จอที่บางและกินไฟต่ำ

   Plasma TV

  จอแบบ Plasma TV นั้นคือจอที่สามารถกำเนิดแสงได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากการปล่อยแรงดันไฟฟ้าเข้าไปจะทำให้กระตุ้นเม็ดพิกเซล จอแบบ Plasma TV จะมีภาพที่ชัดและคมกว่า LCD รวมถึงการแสดงผลของภาพที่เร็วด้วยเช่นกัน ในส่วนของมุมมองจอภาพนั้นก็จะมีภาพที่กว้างกว่า LCD และสีที่ออกมาจะมีความเป็นธรรมชาติ แต่ข้อเสียคือเวลาจะดูทีวีในช่วงเวลากลางวันจะดูไม่ค่อยชัดเท่าดูเวลาตอนกลางคืน หรือต้องดูทีวีที่ไม่มีแสงจากข้างนอกมารบกวน และจอแบบ Plasma TV นั้นค่อนข้างที่จะกินไฟ

              เห็นไหมล่ะคะว่ารูปแบบลักษณะจอของทีวีในสมัยนี้นั้นมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกชมและเลือกซื้อกัน จึงไม่แปลกใจว่าทำไมทีวีถึงมีหลายราคา หลายขนาดที่ทำให้เราสับสนจนไม่รู้จะซื้ออันไหนดี หวังว่าชนิดของจอที่อธิบายไปนั้นจะทำให้คุณตัดสินใจเลือกทีวีที่ถูกใจนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *