เทคโนโลยีกับกีฬา

               กีฬาเป็นกิจกรรมที่นิยมในหมู่มวลมนุษย์ชาติมาอย่างยาวนาน ก่อนที่เราจะมีสมาร์ทโฟนอย่าง huawei p20 ใช้กันเป็นร้อยเป็นพันปี โดยมนุษย์ผูกพันกับกิจกรรมนี้ทั้งการเล่นเองหรือการชมผู้อื่นเล่น โดยกีฬาแบ่งออกเป็นประเภทและกฎกติกามากมายหลากหลายส่วนมากจะมาในรูปแบบการแข่งขัน ซึ่งในอดีตกีฬาอาจจะเป็นไปในรูปแบบการออกกำลังกายหรือเพื่อความสนุกสนานแต่เมื่อวันเวลาผ่านไปกีฬาก็กลายเป็นสิ่งที่จริงจังมากยิ่งขึ้น

          เราได้มีการแข่งขันกีฬาระดับโลกเกิดขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นโอลิมปิคเกมส์ที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกพร้อมใจกันส่งนักกีฬาเข้ามาแข่งขันในกีฬาที่หลากหลาย รวมทั้งฟุตบอลโลกที่ไม่ใช่เพียง หรือ ลีกกีฬาสุดยิ่งใหญ่ประเภทต่าง ๆ กระจายไปทั่วทุกมุมโลก

          จนเมื่อเทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ในเกือบทุกด้านการแข่งขันกีฬาก็ได้ผสมผสานความล้ำหน้าของเทคโนโลยีเข้ามาเช่นเดียวกัน ทั้งด้านการพัฒนาอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ตอบสนองผู้เล่นได้อย่างดีที่สุด การถ่ายทอดผ่านสื่อต่าง ๆ ให้ได้อรรถรสต่อผู้ชม ไปจนถึงการตัดสินที่เที่ยงธรรมไร้ของกังขา

          โดยครั้งนี้เราได้รวบรวมเทคโนโลยีที่มีส่วนในการขับเคลื่อนการแข่งขันกีฬาให้ก้าวไปข้างหน้ามาไว้ให้ได้ดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

          1. เทคโนโลยี Goal-Line

               กีฬาฟุตบอลเป็นที่นิยมของคนทั่วโลกซึ่งหัวใจสำคัญของการแข่งขันกีฬาประเภทนี้ก็ต้องเป็นการยิงประตูเข้าฝ่ายตรงข้ามโดยในอดีตใช้สายตาของผู้ตัดสินในสนามและผู้กำกับเส้นเป็นคนตัดสินว่าลูกฟุตบอลได้ข้ามเส้นและได้ประตูหรือเปล่า ซึ่งธรรมดาว่าคงไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่เทคโนโลยี Goal-Line ก็ได้เข้ามามีบทบาทกับหน้าที่นี้ โดยการทำงานจะเป็นรูปแบบเซ็นเซอร์ เมื่อลูกฟุตบอลข้ามเส้นไปเต็มใบแล้วก็จะส่งสัญญาณเตือนมาที่สายรัดข้อมือผู้ตัดสิน ทั้งยังมีภาพกราฟิกที่คมชัดเหมือนภาพถ่ายจาก huawei p20 ให้ดูอีกด้วยว่าคำตัดสินตรงกันหรือไม่

          เทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการยอมรับจากทัวร์นาเมนต์การแข่งฟุตบอลทั่วโลก รวมไปถึงลีคชั้นนำต่าง ๆ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมากและถือว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของการตัดสินเลยทีเดียว

          2. ลูกฟุตบอล

          สิ่งที่ขาดไม่ได้จริง ๆ สำหรับการแข่งขันฟุตบอลก็คือลูกฟุตบอลนั่นเอง หลายคนอาจจะงงว่าแล้วเทคโนโลยีประเภทไหนที่สามารถไปบรรจุอยู่ในลูกฟุตบอลได้ อันที่จริงแล้วในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2018 ได้มีการใช้ลูกบอลที่มีชิพ NFC ไว้ภายใน สามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Smartphone ได้เพื่อเก็บข้อมูลต่าง ๆ ในสนามทั้งพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของลูกฟุตบอลตลอดจนความแรงที่นักเตะใช้ยิงในการทำประตู

          3. ชุดว่ายน้ำป้องกันแรงเสียดสี

          กีฬาว่ายน้ำสามารถนำมาเป็นออกกำลังกายส่วนตัวของแต่ละคนได้รวมถึงนำมาเป็นการแข่งขันกีฬาที่เร้าใจได้อีกด้วย ถ้ามองในด้านจริงจัง ชุดว่ายน้ำถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญที่มองข้ามไปไม่ได้ นอกจากแว่นตากันน้ำที่สามารถมองเห็นได้ชัดเหมือนผ่านเลนส์กล้องของ huawei p20 แล้ว นักวิทยาศาสตร์การกีฬาได้ผลิตชุดว่ายน้ำที่ชื่อว่า Fast Skin ออกมาเมื่อกว่า 10 ปีก่อน เพื่อที่จะช่วยให้ตัวนักกีฬาได้มีความคล่องตัวและลดแรงเสียดทานจากน้ำ ดังนั้นจึงปลดปล่อยศักยภาพได้มากยิ่งขึ้น

               4. รองเท้าวิ่ง

          นอกจากมีการพัฒนารองเท้าวิ่งให้เบาลงเพื่อเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนที่แล้ว ตอนนี้ยังได้มีการใส่ความสามารถต่าง ๆ เข้าไปในรองเท้าเพิ่มเติมทั้งการทำให้เชื่อมต่อ Smartphone อย่าง huawei p20 เพื่อดูระยะเวลาการวิ่ง แรงกระแทก เพื่อนำมาวิเคราะห์และรายงานผลให้ผู้ใช้พร้อมแนะนำการวิ่งที่เหมาะสมอีกด้วย

          นอกจากนี้ยังสามารถใช้แอพพลิเคชั่นเข้าชุมชนออนไลน์พิเศษที่มีไว้ให้นักวิ่งที่ใช้รองเท้าแบรนด์เดียวกันโดยเฉพาะเพื่อพบปะหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลในการวิ่งได้

          5. Big Data

               ปัจจบันข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ได้อยู่ในรูปแบบของ Big Data หรือฐานข้อมูลขนาดใหญ่ โดยวงการกีฬาก็เช่นกันซึ่งมีประโยชน์กับโค้ชและเหล่านักกีฬาเป็นอย่างมาก โดยผู้เกี่ยวข้องทุกคนสามารถดึงข้อมูลมาจาก ‘STATS’ SportVU’ Big Data ที่รวบรวมข้อมูลจากการแข่งขันกีฬาทั่วโลกเช่น เทคนิคการทำคะแนนของผู้เล่น การเคลื่อนไหวรูปแบบต่าง ๆ มาไว้ในที่เดียว โดยการโหลดข้อมูลเพื่อมาศึกษานั้นก็รวดเร็วทันใจมาก

          และนี่คือเรื่องราวส่วนเล็ก ๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีกับวงการกีฬา โปรดอย่าลืมว่ากีฬาและการออกกำลังกายคือสิ่งสำคัญนะครับ

AI นวัตกรรมที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

          เทคโนโลยีนั้นเป็นสิ่งไม่เคยเดินถอยหลังเลย เมื่อร้อยปีก่อนเผ่าพันธ์ของเราอาจจะตื่นเต้นกับสิ่งประดิษฐที่เรียกว่าลำโพง แต่ความสร้างสรรค์และความต้องการของมนุษย์ก็มีอย่างต่อเนื่องไม่มีสิ้นสุด จนเกิดขึ้นเป็นความล้ำหน้าต่าง ๆ มากมาย

          เชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ คนคงเคยดูภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่นำเสนอเรื่องราวของปัญญาประดิษฐหรือเราเรียก AI แน่ ๆ โดยมักจะมาในรูปแบบหุ่นยนต์ ข้าวของเครื่องใช้ หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถตอบโต้กับผู้ใช้งานได้ โดยเมื่อหลายสิบปีก่อนคนอาจจะบอกว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องแฟนตาซีที่มีไว้ตอบสนองความฝันในวัยเด็กแต่ใครจะเชื่อว่าวินาทีนี้สิ่งเหล่านั้นเป็นจริงแล้ว

               AI เป็นคำย่อมาจาก Artificial Intelligence หรือเข้าใจในรูปแบบง่าย ๆ คือโปรแกรมที่สามารถเรียนรู้ เข้าใจ และปรับตัว จากสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ได้ และยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถโต้ตอบ อธิบาย และแนะนำในสิ่งที่มนุษย์ต้องการรับรู้ได้ในแบบที่แม่นยำและถูกต้อง เปรียบได้เสมือนสมองและหัวใจประดิษฐในหนังไซไฟ    เทคโนโลยี AI นั้นได้มีการวางแผนโครงการขึ้นมาในปี 1950 เพราะว่านักวิทยาศาตร์อยากรู้ว่าคอมพิวเตอร์นั้นสามารถที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้หรือเปล่า ซึ่งจากที่เคยอยู่ในห้องการทดลองของนักวิทยาศาตร์ ความรู้ในด้านนี้ก็ได้ออกมาสู่นักศึกษาและผู้สนใจเฉพาะทาง จนมาถึงผู้คนหลากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งในปัจจุบัน AI นั้นมีบทบาทสำคัญในโลกของเราเป็นอย่างมาก

          โดย AI สามารถไปอยู่ในสิ่งที่ใกล้ตัวเราสุด ๆ มากมายดังนี้

          1. Smartphone หรือ Tablet

               แน่นอนว่าประชากรบนโลกมากมายมหาศาลต้องได้เป็นเจ้าของ Smartphone หรือ Tablet กันแน่ ๆ ซึ่ง AI ก็เข้าไปมีบทบาทบนอุปกรณ์เหล่านี้ด้วยในรูปแบบ Assistant อย่างเช่น iPhone ก็จะมีผู้ช่วยประจำตัวอย่าง Siri ที่คอยตอบโต้กับผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และเรียนรู้ในเรื่องต่าง ๆ ของผู้ใช้อย่างครอบคลุม สามารถจำเวลานัดหรือรายงานสภาพอากาศได้แบบ Real Time ในคำถามที่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นรูปแบบ

          ทางฝั่ง Android ก็มี Google Assistant ที่ทำงานในรูปแบบเดียวกันเช่นกัน และยิ่งไปกว่านั้นยังมีจุดเด่นที่มีการโต้ตอบที่ลื่นไหลเหมือนคนจริง ๆ มาก ๆ ถึงขนาดเล่นมุกตลกหรือร้องเพลงให้ผู้ใช้ฟังได้เลยทีเดียว โดยทั้ง Siri และ Google Assistant สามารถเรียนรู้และพยายามตอบสนองความสนใจและความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ และทำได้ดีในระดับหนึ่งทั้ง ๆ ที่พัฒนามาได้ไม่นานซึ่งทำให้น่าจับตามองว่า AI บน Smartphone หรือ Tablet นั้นจะสามารถก้าวหน้าได้ถึงระดับไหน

          2. ลำโพง

          เมื่อก่อนลำโพงอาจจะแค่มีไว้ฟังเพลงหรือดูภาพยนตร์ แต่ข้อดีที่สุดของอุปกรณ์นี้คือการขยายเสียงให้ผู้ที่อยู่ไกล ๆ ได้ยินได้ทั่วถึง จึงทำให้สามารถรวมร่างกับ AI ได้เป็นอย่างดี โดยลำโพงรุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบันทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่ใจของคุณในบ้าน สามารถรับคำสั่งให้เปิดเพลงที่เราถูกใจ พยากรณ์อากาศในรอบสัปดาห์ รายงานผลกีฬาคู่สำคัญ หรือแม้กระทั่งเชื่อมต่อ Smartphone เพื่อต่อสายคุยแบบปากเปล่าได้ เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของ Smart Home ซึ่งกำลังถูกพูดถึงอยู่ทุกวันนี้เลย

          3. ระบบตอบรับอัตโนมัติ

          ถ้าเราโทรเข้าไปยังบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ เรามีกจะได้ยินเสียงระบบตอบรับอัตโนมัติกันจนชิน ส่วนมากก็คงจะแนะนำให้เรากดเลขหมายเพื่อเชื่อมต่อไปยังหน่วยงานย่อยภายในต่าง ๆ หรือมีให้ฝากข้อความ

          หรือผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ต้องมีตำแหน่งโอเปอเรเตอร์ไว้คอยตอบคำถาม แก้ปัญหา ให้บริการ ซึ่งก็ไม่ค่อยจะพอกับความต้องการ แต่ตอนนี้หลายองค์กรณ์นำระบบ AI มาช่วย ซึ่งมีลักษณะเป็นเสียงตอบรับที่โต้ตอบกับเราได้เหมือนมนุษย์

          โดยผู้ใช้สามารถบอกชื่อของคนที่ต้องการจะคุย หรือบอกปัญหาต่าง ๆ ที่ต้องการรับทราบในรูปแบบที่พูดในชีวิตประจำวัน ระบบ AI ดังกล่าวจะประมวลผลว่าจะสามารถช่วยหรือแนะนำอะไรได้และตอบกลับออกมาผ่านโทรศัพท์ซึ่งช่วยย่นเวลาการรอสายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่สิ้นเปลืองทรัพยากรบุคคลอีกด้วย

          และนี่คือบางส่วนของเทคโนโลยี AI ที่อยู่รอบ ๆ ตัวและเราได้พบเจอและนำมาใช้ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าทุกอย่างช่วยทำให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น สะดวกสบายขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราไม่ควรพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป เพียงแค่ใช้เป็นส่วนประกอบอย่างสร้างสรรค์ก็พอแล้ว